ไม่อยากกล่าวถึงจริงๆ กับพรรคการเมืองที่ยกตัวเองว่าเป็น "สถาบันการเมือง" แต่พฤติกรรมที่ปรากฎต่อสายตาประชาชนมันสวนทางกับคำว่าสถาบันการเมือง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ว่าหัวหงอกหัวดำดาหน้าออกมาถล่มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เว้นแต่ละวัน หวังอย่างเดียวต้องล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้จงได้ พฤติกรรมเช่นนี้เป็นมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกล่าวคือ

- สมัยหนึ่งให้คนไปตะโกนในโรงหนังว่า ท่านปรีดีย์ พนมยงค์ เกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์ร.8 ทำให้ท่านท่านปรีดีย์ ลี้ภัยไปต่างประเทศและจบชีวิตที่ประเทศฝรั่งเศส

- สมัยหนึ่งท่านเสนีย์ ปราโมทย์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือปี 2519 เกิดเหตุการณ์ปิดล้อมธรรมศาสตร์ เข่นฆ่านักศึกษาโดยกล่าวหาว่า นักศึกษาฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ จนดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ อธิการบดีขณะนั้นออกมาการันตีว่าในธรรมศาสตร์ไม่มีคอมมิวนิสต์ กลับทำให้ถูกข้อหาเดียวกันกับนักศึกษา ต้องเผ่นออกนอกประเทศ และไปตายในต่างประเทศเช่นเดียวกับท่านปรีดีย์ พนมยงค์

- สมัยหนึ่ง ใส่ร้ายป้ายสีจำลองว่าพาคนไปตาย ทำให้ชนะการเลือกตั้งปี 35 นายชวนได้เป็นนายกทั้งที่พลพรรคของพรรคนี้ขึ้นเวทีร่วมกับจำลองถล่มรัฐบาลสุจินดา คราประยูร หรือว่าไม่จริง?

- สมัยหนึ่ง ร่วมกับนักธุรกิจถล่มรัฐบาลชวลิตเรื่องลดค่าเงินบาทจนทำให้ชวลิตต้องลาออก เพราะรักษาคำมั่นสัญญาแบบชายชาติทหารว่า ถ้าค่าเงินบาทลดลง 40 บาทต่อหนึ่งดอลล่าห์ ผมลาออก เกิดกรณีงูเห่าพรรค เพราะลูกพรรคประชากรไทยของนายกสมัครไปยกมือสนับสนุนให้นายชวนเป็นนายกรอบสอง

- สมัยนี้ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันร่วมกับพันธมิตรโจมตีรัฐบาลทักษิณว่าไม่จงรักษ์ภักดี มีการคอรัปชัน ประชาชนแตกแยกทำให้ทหารออกมาปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. 49 พอมีการเลือกตั้งทั่วไปแพ้พรรคพลังประชาชนหมดรูป จึงใช้วิธีพิเศษล้มรัฐบาลสมัคร , รัฐบาลสมชายและยุบพรรคพลังประชาชนในที่สุด จากนั้นร่วมมือกับทหารตั้งรัฐบาลในค่ายโดยอาศัยงูเห่าภาค 2 ทำให้นายอภิสิทธิ์ กลายเป็นนายกมือเปื้อนเลือดเพราะเข่นฆ่าประชา เมษา-พฤษภา 53 ตาย 90 บาดเจ็บร่วม 2000! พอคิดว่าได้เปรียบทางการเมืองนายอภิสิทธิ์ยุบสภา แต่พอเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 3 ก.พ. 54 แพ้พรรคเพื่อไทยหมดรูปอีกครั้งทั้งที่อำนาจรัฐอยู่ในมือแท้ ๆ

กล่าวโดยสรุปพฤติกรรมพรรคนี้มี ใส่ร้ายป้ายสี เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น และปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยอย่างหน้าด้านๆ ประเภทด้านได้อายอดจริงมะ!

ธุรกิจสีเทาที่ดำรงอยู่ในไทยอย่างยั้งยืนยาวนาน เป็นธุรกิจบ่อนทำลายประเทศชาติแบบยั้งยืนยาวนานเช่นกัน รัฐบาลใดมีนโยบายชัดเจนในการปราบปราม มักมีผู้ออกมาคัดค้านอยู่เนืองนิจ ให้ตั้งข้อสังเกตไว้เลยว่า ... ผู้ใดคัดค้านผู้นั้นมักอยู่เบื้องหลัง อาทิ ...

1. ปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดอยู่ทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายปราบปรามอย่างจริงจัง ก็มีคนออกมาทักท้วงว่าจะเกิดการฆ่าตัดตอนเหมือนสมัยนายกทักษิณ ทั้งที่ประชาชนทั่วไปอนุโมทนาสาธุ ยานรกนี้จะได้เบาบางลงและหมดไปจากแผ่นดินไทย พ่อแม่จะได้ลูกหลานกลับสู่อ้อมอก ไม่ตกเป็นทาสยานรกนี้ มีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งบอกว่าที่ยาเสพติดระบาดหนักเนื่องจากปราบปรามไม่ต่อเนื่อง...ถูกต้องแล้ว! แต่ในขณะที่ตัวเองเป็นรัฐบาลยาเสพติดกลับระบาดหนัก นายกยิ่งลักษณ์ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเพื่อปราบปรามยาเสพติด กลับมาท้วงติงอีกครั้งว่าจะเกิดการฆ่าตัดตอน! ห่วงจริงนะกับพวกค้ายาเสพติด ระวังจะเป็นแนวร่วมมุมกลับนะครับ

2. บ่อนการพนันและการค้าหนีภาษีตามแนวชายแดนที่คุณชูวิทย์ออกมาแฉกลางสภา รัฐบาลเอาจริงเอาจังจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้หรือ จริงมะ?

3. หวยใต้ดิน สมัยนายกทักษิณเอาขึ้นมาบนดิน และนำรายได้ให้ทุนการศึกษาหนึ่งตำบลหนึ่งปริญญาก็ถูกยกเลิกสมัยรัฐบาลขิงแก่ ทำให้ธุรกิจหวยใต้ดินเฟื้องฟูอีกครั้งจนทุกวันนี้ เจ้ามือหวยใต้ดินเหล่านี้เป็นใคร? เกี่ยวข้องกับใคร? ไปสืบค้นเอาเอง น่าจะเป็นตัวใหญ่ๆ ในแผ่นดินนี้แน่นอน เจ้ามือหวยดินเหล่านี้อยู่ยงคงกระพัน บางทีอาจเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พรรคการเมืองก็เป็นได้

กล่าวโดยสรุป นักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว เท่านั้นแหละที่ทำให้ธุรกิจสีเทาเหล่ายั้งยืน จริงไม่จริง?

สมชื่อพรรคเทวดาจริงๆ มองคนอื่นเป็นพวกมารไปหมด ใช่ ไม่ใช่... จะสาธยายให้ฟัง

1. นายกหญิงไปทำงานเพื่อประเทศชาติ ตามคำเชิญของมิตรประเทศ กลับกล่าวหาว่าไปเดินแฟชั่น ไม่ใช่ไปแสดงวิสัยทัศน์ ดูพวกเทวดาคิดได้แค่นี้เอง
2. มองคนอื่นฉลาดน้อย ลามไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เขมร โดยเฉพาะกล่าวหาว่า ลาวโง่เหมือนคนไทยที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนท่านนายกทักษิณ ปากดีแท้ ระวังลาวจะตบปากเทวดานะจะบอกให้
3. พรก. เงินกู้ เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังเจอมหาอุทกภัย กลับกล่าวหาว่ากู้มาโกง ทีตัวเองกู้มาโกงกลับมองไม่เห็น โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็ง หรือว่าไม่จริง พวกเทวดาทำอะไรไม่ผิดจริงๆ
4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญพวกเทวดาเคยแก้ไขก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด หวังชนะการเลือกตั้ง แต่กลับแพ้หมดรูป ทำเป็นลืม พรรคเพื่อไทยแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้กลับบอกว่าแก้เพื่อคนๆ เดียว คือ นายกทักษิณ กลัวจริงนะกับนายกทักษิณ สงสัยได้ยินชื่อก็ขี้หดตดหาย ไม่ว่าหัวหงอกหัวดำ ไหนล่ะเป็นพรรคเทวดาทำไมกลัวทักษิณมนุษย์เดินดินธรรมด้าธรรมดา
5. ที่ยกตัวเองเป็นพรรคเทวดา แต่ทำไมแพ้การเลือกตั้งตลอดสิบปีให้ แสดงว่าไม่ใช่เทวดาละจริงมะ พรรคมารละไม่ว่า เพราะร่วมมือกับทหารตั้งรัฐบาลในค่าย แถมยังมีแนวร่วมของพรรคเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติเพื่อตัวเองจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ไม่ว่าจะเป็นแป๊ะลิ้มเห่ามาจากประเทศจีน รวมถึงปีศาจคาบไป้ท ฝันไปเถิดชาติหน้าตอนบ่ายๆ

ที่กล่าวมาสี่ห้าข้อใช่เลย ต้องอย่างนี้สิ ทำงานด้วยปาก ร่ายมนต์เหมือเทวดา สงสัยจะเป็นเทวดาตกสวรรค์ยั้งยืนแน่ เพราะประชาชนตาสว่างทั้งแผ่นดินแล้ว ยิ่งทำตัวเป็นพรรคเทวดาเส้นใหญ่ ยิ่งเป็นการเพิ่มแต้มให้พรรคเพื่อไทยโดยปริยาย จริงไหมพรรคเทวดาหน้าโง่!

เป็นนายกสมชื่ออภิสิทธิ์จริงๆ การเข่นฆ่าประชาชน 2 ปีซ้อน ในปี 52-53 ไม่ทำให้นายกคนนี้สะทกสะท้านแต่อย่างใด กลับลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับนายกคนก่อนๆ เมื่อประชาชนบาดเจ็บล้มตายจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐต้องลาออก บางคนหนีออกนอกประเทศและตามมาด้วยออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตนเอง

ผิดกับนายกอภิสิทธิ์ ...ไม่นิรโทษกรรม... ไม่ลาออก...ให้กับตนเอง เพราะคิดว่าการล้อมปราบประชาชนชอบด้วยกฎหมาย และยังคงเป็นหัวหน้าพรรคนำลูกพรรคลงเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค.54 แม้จะแพ้หมดรูป แสดงสปิริตลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่เมื่อมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ก็ได้รับการอุ้มชูให้เป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง คำถามจึงคาใจว่า "นายแน่มาก นายเป็นใครกันแน่?" จึงทำให้คนในพรรคประชาธิปัตย์เกรงอกเกรงใจ ไม่กล้าอือกล้าหือ ไม่ว่าหัวขาว หัวหงอก หัวดำทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนให้การสนับสนุน โดยเฉพาะพวกชนชั้นกลางระดับสูง หรือว่าประชาชนส่วนนิยมเผด็จการ นิยมการเข่นฆ่าประชาชนที่เห็นต่างเป็นเรื่องปกติ อย่ากระนั้นเลยพวกเราที่นิยมความยุติธรรม นิยมประชาธิปไตย จงช่วยกันกำจัดโดยมืออันบริสุทธิ์ไม่ว่าจะเลือกตั้งวันนี้หรือวันข้างหน้าตลอดไปเถิด

หลังโดนน็อคเมื่อ 3 ก.ค. 54 โดยมือมวลมหาประชาชนทำให้พรรคเก่าแก่กลายเป็นมวยเมาหมัด แทนที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว กลับดาหน้าออกมาโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างไร้สติ รู้ทั้งรู้พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการเพิ่มแต้มให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยไม่ต้องออกแรง เฉพาะนโยบายพรรคเพื่อไทยเช่น

1. นโยบายเยียวยากรณีชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 48 - 53 ซึ่งมีคนตาย บาดเจ็บ สูญหายเป็นจำนวนโดยไม่เลือกสี กลับเฉไฉว่าไม่ครอบคลุมถึงกรณีตากใบ,กรือเซะ, สงครามปราบปรามยาเสพติด มีคนตายประมาณ 2000 และยังลามไปถึงกรณี 14 ตุลา 16 , 6 ตุลา 19 ไปโน่น ทั้งที่เหตุการณ์ต่างกรรมต่างวาระแกล้งเมาหมัดหรือเมาหมัดจริงมิอาจทราบได้จริงไหมมาร์ดม.7

2. ชอบทำตัวเป็นอาจารย์สอนหนังสือนายกยิ่งลักษณ์อยู่ร่ำไปทั้งที่ตัวเองสอบตกแพ้หมดรูป จะไม่ให้เป็นมวยเมาหมัดได้อย่างไร

3. บรรดาโฆษกปากมอมทั้งหลาย ทำไมไม่สอนให้สงบปากสงบคำบ้างล่ะเพราะโฆษกเหล่านี้เพิ่มแต้มให้พรรคเพื่อโดยไม่ออกแรงเช่นกัน หรือว่าเมาหมัดไปทั้งหัวหน้าและโฆษกปากมอม มันหน้าสมเพชสิ้นดีจริงไหม

กรวุฒิเตือนด้วยความหวังดี ถ้ายังเมาหมัดอยู่อย่างนี้อนาคตอาจเป็นพรรคต่ำสิบก็เป็นได้

จะป่วนไปถึงไหนรู้จักคำว่าแพ้เสียบ้างสิ อย่าจมปลักอยู่กับการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชนอีกเลย เอาทางพระเข้าข่มกิเลสตันหาจะได้หายฟุ้งซ่าน คิดแต่เรื่องดีๆ ให้กับประเทศชาติกับเขาบ้าง อะไรๆก็จัดม๊อบกดดันรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก๊าซและเรื่องยางพารา

เรื่องก๊าซ รัฐบาลต้องการให้จำหน่ายในราคาตามความเป็นจริง รัฐบาลต้องการปรับราคาเป็นขั้นบันได ค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่างว่าพวกนี้ได้รับการอุ้มชูจนเคยตัว

ส่วนเรื่องราคายาง สมัยรัฐบาลนายชวนราคาไม่เกิน 30 บาทต่อกิโลกรัม ชาวบ้านร้องเรียนให้ช่วยเหลือก็บอกว่าถ้าราคายางตกต่ำก็ให้โค่นทิ้งและปลูกจำปาดะแทน พอนายกทักษิณเป็นรัฐบาลร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนิเซียทำให้ราคายางสูงขึ้นไปกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ชาวสวนยางร่ำรวยไปตามๆ กันไม่เห็นมีใครชมท่านทักษิณสักแอะเดียว ที่ราคายางสูงสมัยท่านทักษิณก็บอกว่าเป็นเพราะกลไกตลาดแต่พอราคายางตกต่ำลงจะเป็นจะตายให้ได้ ทำไมไม่บอกว่าเป็นเพราะกลไกตลาดบ้างล่ะ ใช้ม๊อบกดดันรัฐบาลเพื่อให้พยุงราคา 120 บาทต่อ 1 กิโลกรัม ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์เป็นนายกราคายางก็ประมาณนี้ ทำไมไม่ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ผยุงราคายางให้ล่ะ

เลิกเสียเถิดความคิดประเภทสมอง ... ปัญญา ... อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เขารู้ทันหมดแล้วก็ไอ้หน้าเดิมอีกนั่นแหละอยู่เบื้องหลังม๊อบเดียวกรวุฒิก็ไล่ให้ไปไถนาเสียหรอก พับผ่า

สรุป ในสมองนิ่มๆ พวกนี้คิดอยู่สองเรื่อง ดิสเครดิต กับจ้องล้มรัฐบาล

สิบปีให้หลัง พรรคเก่าแก่ที่อุปโลกตัวเองว่าเป็นสถาบันการเมือง ไม่เคยชนะการเลือกตั้งสักครั้งเดียวแม้มีอำนาจอยู่ในมือ แล้วจะออกมาคัดค้านหาพระแสงอะไร เอะอะก็ใช้วาทะกรรม แก้เพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว พรรคเก่าแก่พรรคนี้เป็นโรคกลัวทักษิณจนขึ้นสมอง ไล่ดะตั้งแต่หัวขาวหัวดำยันพรรคพวกบริวาร ป่านนี้ยังหาคำตอบไม่เจอว่าแพ้เลือกตั้งเพราะเหตุใด อาจจะรู้อยู่เต็มอกแต่ทำเป็นไขสือ กรวุฒิบอกให้ก็ได้ที่แพ้การเลือกตั้งเพราะ

1. เลือกตั้งโดยใช้รัฐธรรมนูญปี 40 แพ้เนื่องจากนโยบายสู้พรรคไทยรักไทยไม่ได้ทั้งสองครั้ง ในปี 44 และ 48

2. เลือกตั้งโดยใช้รัฐธรรมนูญปี 50 ครั้งแรกแพ้พรรคพลังประชาชนเพราะนโยบายเช่นเดิม ครั้งที่มีรัฐบาลจากคมช.เป็นแบคอัพ จนต้องอาศัยอำนาจพิเศษกำจัดนายกสมัคร และนายกสมชาย จนได้ฉายาเป็นรัฐบาลภายใต้ท๊อปบู๊ทเพราะไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

3. เลือกตั้งครั้งสุดท้ายแพ้พรรคเพื่อไทยทั้งที่ตัวเองเป็นรัฐบาล ใช้กองทัพ, อำนาจพิเศษและกลโกงทุกชนิดยังแพ้เพื่อไทยไม่เห็นฝุ่น สาเหตุที่แพ้เพราะเฆ่นฆ่าประชาชนไงล่ะ

จะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ก็แพ้อยู่ดี แต่ที่ออกมาคัดค้านก็หวังลึก ๆ จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก โดยอาศัยกองทัพและอำนาจพิเศษ เลิกหวังเสียเถิดเพราะปัญหา 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2000 ศูนย์หายอีกจำนวนหนึ่งยังเป็นตราบาปของพรรคนี้ยากที่ประชาชนจะลืมเลือนได้

เกิดความผิดพลาดการจัดการเรื่องคูปองส่วนลด นายกหญิงได้กล่าวคำขอโทษประชาชน นี่แหละคือนายกที่ประเทศไทยต้องการ "นายกที่ดีที่สุดของประเทศที่เคยมีมาก้อนายกทักษิณ" (คำพูดแป๊ะลิ้ม) สำหรับนายกหญิงคนนี้เป็นน้องสาวในไส้ของนายกทักษิณ แม้จะเทียบชั้นกับพี่ชายไม่ได้ แต่ถ้าท่านนายกหญิงคงคุณลักษณะเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานจะเทียบชั้นพี่ชายได้ ไม่เชื่อคอยดูต่อไป

ผิดกับนายกรัฐบาลที่แล้ว เข่นฆ่าประชาชนสองครั้งสองครา ยังลอยหน้าลอยตาในสังคมอย่างไม่สะทกสะท้านและกระดากอาย ไม่เคยกล่าวคำขอโทษประชาชนสักครั้งเดียว สามเหลี่ยมดินแดงปี 52 ครั้งหนึ่งล่ะ ผ่านฟ้า - ราชประสงค์ ปี 53 อีกครั้ง และทำให้คนตาย 97 ศพ บาดเจ็บร่วม 2000 ศูนย์หายอีกจำนวนหนึ่ง

ขณะนี้นายกมือเปื้อนเลือดพยายามทุกวิถีทางที่จะล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชนอีกครั้ง เหมือนที่เคยร่วมมือกับพันธมิตรล้มรัฐบาลทักษิณเพื่อกลับมาเป็นนายกอีกครั้งหนึ่งโดยมีมือที่มองไม่เห็นกับกำกับอยู่ข้างหลัง มือที่มองไม่เห็นควรยุติบทบาทได้แล้วเพราะประชาชนตาสว่างทั้งแผ่นดินและพร้อมจะต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ประชาชนได้รับชัยชนะเมื่อไหร่โปรดเตรียมตัวไว้ละกัน เพราะศาลประชาชนรออยู่เบื้องหน้า

ก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้ว เคยเกิดน้ำท่วมที่จังหวัดกาญจานบุรี เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัส จังหวัดกาญจนบุรี เหตุผลง่ายๆ “กลัวเขื่อนแตก” ปลายปีที่แล้วการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์สมทบกับนำธรรมชาติทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเหลือคณานับ ทำลายเศรษฐกิจอย่างมหาศาล สาเหตุที่ต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนทั้งสอง เหตุผลเดียวกัน “กลัวเขื่อนแตก”
คำว่า “เขื่อน” กับ “แตก” ถ้าไม่ปล่อยน้ำ เป็นคำตอบคาใจตลอดเวลา เพราะเท่าที่กรวุฒิรู้ในโลกเขื่อนไม่เคยแตก เนื่องจากออกแบบเขื่อนจะคำนวณเผื่อแผ่นดินไหว 7.5 ริกเตอร์ เขื่อนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้งานอยู่คือ เขื่อนอัลแมนซ่าในประเทศเสปนที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16
คำทำนายของเด็กชายปลาบู่บอกว่า เขื่อนภูมิพลจะแตกปลายปี 54 (31 ธ.ค. 54) สร้างความแตกตื่นให้ชาวจังหวัดตากจนทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้องออกมาการันตีว่า “ไม่แตก” เพราะออกแบบเทียบเท่าเขื่อน ฮูเวอร์ของอเมริกา และเผื่อแผ่นดินไหว 7.5 ริกเตอร์ กรวุฒิต้องขอบคุณเด็กชายปลาบู่ ที่ทำให้กรวุฒิได้คำตอบที่คาใจมานาน การที่บอกว่าต้องการปล่อยน้ำเพราะเขื่อนจะแตกจึงเป็นการโกหกไร้ความรับผิดชอบ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยน้ำ ครั้งนี้เพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นจะรับผิดชอบอย่างไร นี่เป็นคนไทยไม่ใช่แมว
ใครสนใจเรื่องเขื่อนให้ไปเปิดตำราวิศวกรรมชลศาสตร์เขียนโดยผศ.ดร.สกุล ห่อวโนทยาน พระจอบเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นการนำเสนอเรื่องเขื่อนล้วนๆ ขอบคุณครับ

กรวุฒินั่งหน้าจอทีวี ก่อนปิดหีบเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 54 เพื่อต้องการทราบผลเอ็กซิทโพลว่าจะออกมาอย่างไร และกรวุฒิจับจ้องเป็นพิเศษพื้นที่กทม. เอ็กซิทโพลของสวนดุสิตนำเสนอโดย อ.สุขุม เฉลยทรัพย์ เพื่อไทยได้ 28 ประชาธิปัตย์ 5 เหมือนปี 50 เปะ เพราะพลังประชาชนปี 50 ได้ 25 แต่เอาเข้าจริงเหลือเพียง 9 ทุกโพลหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะเอ็กซิทโพลจะผิดพลาดบวกลบไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ตัวแปรที่ทำให้ผิดพลาดไม่น่าจะเป็นกลุ่มตัวอย่างให้ข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง ความผิดพลาดของเอ็กซิทโพลน่าจะมาจากปัจจัยต่อไปนี้ คือ

1. การเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งปี 50 และปี 54 สังเกตดูพอเริ่มนับคะแนน เพื่อไทยจะนำมาตลอด แต่พอช่วงสุดท้าย เอาเลือกตั้งล่วงหน้ามานับ คะแนนจะเริ่มเปลี่ยนไปทางประชาธิปัตย์ และแซงชนะไปในที่สุด แทบไม่น่าเชื่อ
2. บางคนอาจแย้งว่า ทำไมเขตทหาร (เขต 5) ประชาธิปัตย์แพ้เพื่อไทย อย่าลืมว่าปัจจุบันทหารบางหน่วย ผู้บังคับบัญชาชี้นำไม่ได้เหมือนในอดีต เพราะเดี๋ยวนี้ทหารชั้นผู้น้อยมีการศึกษาสูงขึ้น คิดเองได้ ไม่ต้องให้ใครชี้นำยกเว้นบางหน่วยเท่านั้น …
3. พื้นที่ใจกลางกทม.เป็นเขตอิทธิพลของประชาธิปัตย์และอำนาจอยู่ในมือ จึงสั่งซ้ายหันขวาข้าราชการได้ แต่พื้นที่รอบนอกที่เป็นพื้นที่อิทธิพลของคนเสื้อแดงสั่งไม่ได้ หรือว่าไม่จริง ?
4. การนับคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ ล่าช้าผิดปรกติ บางหน่วยนับข้ามวันข้ามคืนกว่าจะแล้วเสร็จ นี่มันกรุงเทพมหานครนะครับ ทำเหมือนอยู่หลังเขาไกลปืนเที่ยง ยังดีไม่มีไฟดับขณะนับคะแนน จริงมะ
5. มีบัตรเสียเยอะมาก บัตรเสียเพราะเจตนาของผู้ใช้สิทธิ์ หรือบัตรเสียเพราะเจตนาของกรรมการนับคะแนน มันน่าสงสัยจริง ๆ

ที่กล่าวมาเป็นมุมมองของกรวุฒิ ถ้ามีความผิดปรกติตามที่กรวุฒินำเสนอ โพลทุกสำนักน่าจะนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้หน้าแหกซ้ำซาก จริงมะ? นอกจากนี้ กรวุฒิยังคาใจกรณีที่ประชาชนอดใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมากและคะแนนของระบบบัญชีรายชื่อจัดแบบแบ่งเขตมีคะแนนแตกต่างกันมาก ซึ่งไม่น่าจะมากมายขนาดนั้น กกต.ควรสืบสวนหาข้อเท็จเพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไปนะครับ

3 ก.ค. 54 ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาไทยจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน 1 สิทธิ์ 1 เสียงชี้ชาตะประเทศจะโชติช่วงหรือดิ่งนรกอเวจีตัดสินใจให้ดี เพราะเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง

1. จะเลือกพวกเผาบ้านเผา พวกผู้ก่อการร้าย พวกล้มเจ้า พวกถูกล้อมปราบ ตายไป 91 ศพ บาดเจ็บร่วม 2000 คน โดยฝีมือรัฐบาลชุดนี้ และพวกถูกเผด็จการโค่นล้มเมื่อกันยา 49 ในข้อหาสาหัสสากัน กล่าวคือ พวกไม่จงรักภักดี พวกโกงบ้านกินเมือง ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า โกงบ้านกินเมืองอย่างไรบ้าง
2. จะเลือกพวกมือเปื้อนเลือด สั่งฆ่าประชาชน พวกที่ได้อำนาจโดยวิธีพิเศษ จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร พวกดีแต่พูดทำงานไม่เป็น พวกเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น พวกคอรัปชั่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เรียกเก็บเงินโต๊ะมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์
พรุ่งนี้มือประกาศิตจงแสดงอิทธิฤทธิ์ และกู่ร้องให้โลกได้รับรู้ว่า อนาคตของประเทศอยู่ในอุ้งมือของพวกข้าแล้ว

1. การใช้วาทะกรรม พวกเผาบ้านเผาเมือง พวกผู้ก่อการร้าย พวกล้มเจ้า และพวกทำให้มีปัญหากับกัมพูชา กรณีเขาพระวิหาร อย่าคิดว่าประชาชนเขาหูหนวกตาบอด ไม่ได้กินข้าว แต่ประชาชนตาสว่างหูดีเยี่ยม ติดตามข่าวสาร ทั้งในและนอก ที่สำคัญกินข้าวที่ปลูกเองและให้พวกเอ็งกินด้วยไงล่ะ
2. ถ้าพวกเสื้อแดงโจมตีบ้างว่าพวกเอ็งมือเปื้อนเลือดสั่งฆ่าประชาชนบ้างล่ะจะว่าไง เพราะเรื่องนี้โกหกไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจาก “หัวหน้าควง” ได้เปลือยกายล่อนจ่อนของพวกเอ็งแล้ว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ของศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 ก.ย. – ธ.ค. 53 หนังสือพิมพ์มติชนนำเสนอเมื่อ จันทร์ที่ 27 มิ.ย. 54 หน้า 2 หัวหน้าควงยังกล่าวถึงความสำเร็จทางยุทธการว่า นโยบายรัฐบาลชัดเจนที่ใช้มาตรการทางทหารกับม๊อบ ย้ำ…เป็นนโยบายรัฐบาล แล้วจะโกหกไปทำไมรึ? กระสุนที่ใช้เป็นแสนนัด และกระสุนสำหรับพลสุ่มยิงอีก 3000 นัด กระสุนเหล่านี้ใช้ยิงอะไร ที่ประชาชนตาย 97 ศพ และบาดเจ็บร่วม 2000 คงเพราะกระสุนเหล่านี้ใช่หรือไม่
3. อย่างโกหกว่าเป็นรัฐบาลมือสะอาด แล้วทำไมผู้รับเหมาจึงโวยวายว่าเรียกเงินใต้ 30 เปอร์เซ็นต์ และมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ตีพิมพ์ตามสื่อต่าง ๆ ยิ่งน่าเกลียดเอามาก ๆ กรณีจัดจ้าง ผลิตรถยนต์ขนส่งส่วนบุคคลความมั่นคงสูง จำนวน 18 คัน โดยวิธีพิเศษ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ 18 มีนาคม 2554 กระทรวงยุติธรรมอนุมัติ 3 พ.ค. 54 ใช้เวลาเพียงเดือนกว่า ๆ เท่านั้น ก่อนนายอภิสิทธิ์ยุบสภาเพียง 5 วัน (ยุบสภา 9 พ.ค. 54) ที่สำคัญ 18 คัน วงเงิน 225 ล้านบาท ตกคันละ 12 ล้านกว่า ๆ ไหนบอกว่าเป็นกระทรวงที่โปร่งใส ยึดถือความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง แต่ทำไมรีบเร่งบังคับ ระวังจะเหมือน GT-200 ไม้ล้างป่าช้า และเรือเหาะมูลค่า 350 ล้านบาทนะครับ ที่มามติชน พฤหัสบดี ที่ 16 มิ.ย. 54
สามเรื่องที่กรวุฒินำเสนอ วันที่ 3 ก.ค. 54 คงมีคำตอบแน่นอน

ติดตามการปราศรัยหาเสียงของพรรคเก่า (น่าจะเก่าเก็บ) จะทุ่มเทโค้งสุดท้ายเพื่อใช้ทีเด็ดน็อกคู่ต่อสู้ให้จงได้ จะสำเร็จหรือไม่ กับมุขเก่า ๆ ใส่ร้ายป้ายสีพรรคคู่แข่ง โค้งสุดท้ายที่แยกราชประสงค์ก็แป็กมาแล้ว โค้งท้ายสุดวันที่ 1 ก.ค.54 ก็คงแป็กอีกเช่นเคย กรวุฒิประเมินว่าน่าจะแหกโค้งมากกว่าเพราะ
1. 91 ศพ บาดเจ็บร่วม 2000 ไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนได้ จนล่วงเลยมาปีกว่าแล้ว
2. คำยืนยันจาก “หัวหน้าควง” ตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ ของศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 ก.ย. – ธ.ค. 2553 นำเสนอโดยมติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. 2554 รายละเอียดหาอ่านเอาเอง กรวุฒิสรุปสั้น ๆ ในความสำเร็จของการกระชับวงล้อม กล่าวคือ นโยบายรัฐบาลชัดเจนที่จะใช้กำลังทหารจัดการกับม็อบ , ควบคุมการติดต่อสื่อสารทุกระบบ และใช้ภาษากระชับวงล้อมแทนการล้อมปราบประชาชน ทำให้ดูดีในสายตาประชาชน ส่วนการปฏิบัติการกระชับวงล้อมใช้หน่วยสไนเปอร์ยึดพื้นที่สูงข่มบนอาคารต่าง ๆ รอบบริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนใช้กำลัง 3 กองพลทหารราบ และ 1 กองพลทหารม้า ปฏิบัติการรบในเมืองเต็มรูปแบบ โดยอ้างการข่าวว่ามีผู้ก่อการร้ายแฝงอยู่ในผู้ชุมนุม 500 คน มีพลชุ่มยิง มีอาวุธครบมือ ทั้ง M-79, M-16, AK-47 และ Tavor-21 ถ้ามีจริงดังว่าทหารน่าจะตายเป็นเบือ แต่นี่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายโดยปราศจากอาวุธ ทุกคนที่ตายมือเปล่าทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีหน่วยทหารเรือและทหารอากาศให้การสนับสนุน ภารกิจกระชับวงล้อมครั้งนี้รัฐบาลยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ
3. ข้าวยากหมากแพงสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
4. ระบบสองมาตรฐานที่ปฏิบัติต่อประชาชนคนไทย พวกกูปฏิบัติอย่าง พวกคนอื่นปฏิบัติอย่าง
ที่กล่าวข้างต้น 4 ข้อ คือ เหตุผลที่ทำให้พรรคเก่าแก่พรรคนี้แหกโค้งแน่ จริงมะ

วันนี้ เปิดปราศรัยที่แยกราชประสงค์ จะมีเจตนาดีหรือเจตนาร้ายอย่างไร เชิญตามสบาย เพราะประชาชนส่วนใหญ่เขาเลือกข้างแล้ว มีคำตอบอยู่ในใจ ตั้งแต่กระสุนนัดแรกดังขึ้นที่ราชดำเนิน ต่อเนื่องถึงราชประสงค์ ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ ล้มตายเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นประชาธิปไตย (ประชาธิปไตยจอมปลอม ตั้งแต่ปี 75 – ปัจจุบัน) การอ้างว่ามีข้อมูลใหม่ใครเผาเมือง ใครเข่นฆ่าประชาชน ใครคิดล้มเจ้า คำถามเหล่านี้ประชาชนเขาตาสว่างทั้งแผ่นดินแล้ว และมีคำตอบไม่ต้องชี้นำ ประชาชนจะให้คำตอบในวันที่ 3 ก.ค. 54 แน่นอน

แต่ … จะมีอะไรแอบแฝงในการปราศรัยครั้งนี้หรือไม่ ประชาชนเขาจำตาดูแทบไม่กระพริบ เหตุการณ์จะเรียบร้อยหรือเลวร้าย ประชาชนไม่เกี่ยว ผู้จัดปราศรัยต้องรับผิดชอบไปเต็ม ๆ เพราะมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ดูแลให้ดีนะครับ ก่อนจาก … กรวุฒิฝากสักนิด มุขนี้ปี 35 ใช้ได้ผล แต่วันนี้ระวังจะแพ้ภัยตัวเอง เพราะประชาชนเขาดู เขารู้ เขาเห็น ใครทำอะไรกับประชาชนไว้ก็รับผลแห่งการกระทำนั้นเถิด สาธุ สาธุ สาธุ …

กรวุฒิ จับกระแสพรรคเก่าแก่ งัดมุขเดิม ๆ มาใช้อีก โดยย้อนศรคนเสื้อใช้เวทีราชประสงค์ เปิดเผยข้อเท็จจริงใครเผาบ้านเผาบ้าง ใครผู้ก่อการร้าย มุขนี้เคยใช้เมื่อปี 35 “จำลองพาคนไปตาย” จนชนะการเลือกตั้ง แต่ปีนี้ พ.ศ.นี้ ประชาชนเขาตาสว่างทั้งแผ่นดิน เพราะสื่อต่าง ๆ ฟ้องให้เห็นคาตา ยากลบเลือนไปจากความทรงจำ ก่อนใช้มุขนี้อยากถามตรง ๆ

1. เหตุการณ์ใช้กระสุนจริง อันนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเป็นประวัติการณ์
2. 6 ศพ ในวัดประทุมวนาราม สื่อก็นำเสนอให้เห็นแบบจะ ๆ ยากจะปฏิเสธจริงมะ ทหารอยู่บนรางรถไฟ สุขสบายดีหรือ
3. ภาพทหารสองนาย คนหนึ่งใช้กล้องส่องทางไกลค้นหาเป้าหมาย อีกคนหนึ่งใช้ปืน M-16 ติดกล้อง พอเจอเป้าหมาย ชัดเปรี้ยง คนค้นหาเป้าหมายรายงานว่า “ถูกแล้วอย่ายิงซ้ำ” แต่คนยิงคงมันเขี้ยว หรือเห็นคนเป็นผักเป็นปลาเลยยิงซ้ำไปอีก
4. คดียิงเสธ.แดง คดีไปถึงไหน ถ้าคดีไม่จบทายาทก็อดเงินค่าตอบแทน ถ้าจำหน่ายว่าเสธ.แดงเป็นผู้ก่อการร้าย ทายาทก็จบเห่เท่านั้นเอง
5. ประชาชนตาย 91 ศพ บาดเจ็บร่วม 2000 คน ผลงานของใครครับ
กรวุฒิถามแค่นี้ ถ้าตอบปัญหาไม่ชัดเจน แนวร่วมมุมกลับจะยิ่งเพิ่มขึ้น ๆ เพราะประชาชนตาสว่างและเชื่อข้อมูลว่าเป็นฝีมือใคร จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ข้างต้นดังกล่าว ประชาชนเชื่อว่าถ้ารัฐบาลกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ก็คงเข่นฆ่าประชาชนอีกเช่นเคย ประชาชนจึงต้องการเปลี่ยนถ่าย เขาจึงเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยไงล่ะตามผลสำรวจ โพลต่าง ๆ ไงครับ

กรวุฒิเฝ้าติดตามพฤติกรรมพรรคนี้ ตั้งแต่ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่ และแล้วพฤติกรรมเดิม ๆ ของพรรคนี้ก็ไม่ผิดคานดจริงไหมครับพ่อแม่พี่น้อง กรวุฒิจะทบทวนความทรงจำดังต่อไปนี้

1. เริ่มขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของฝ่ายตรงข้ามทันที อาทิ เรื่องสามี และบุตร เป็นต้น แต่ลืมนึกไปว่าในพรรคตนเองผู้อาวุโสบางคนก็เป็นเช่นนี้
2. เริ่มโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าเผาบ้านเผาเมือง เป็นผู้ก่อการร้าย อำนาจอยู่ในมือแท้ ๆ แต่ไม่สามารถ จำมือใครดมได้สักคน โดยเฉพาะชายชุดดำ ที่รัฐบาลบอกว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธของคนเสื้อแดง การกล่าวโจมตีเช่นนี้ ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า “จำลองพาคนไปตาย” ช่วงเลือกตั้งปี 35 แต่ปี 54 จุดไม่ติดเพราะข้อมูลต่าง มันตำตาอยู่โทนโท่ หลักฐานไม่ว่าสื่อไทยสื่อเทศ เป็นพยานเด็ดมัดแน่นหนาว่าใครคือคนฆ่าประชาชน ตัวจริงเสียงจริง

3. ใช้สื่อ, กลไกอำนาจรัฐเต็มรูปแบบเพื่อสกัดฝ่ายตรงข้ามเหมือนปี 50 เปะ แต่กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แพ้หมดรูป เพราะโพลต่าง ๆ ให้เพื่อไทยชนะขาด ตายแน่ ๆ จะทำอย่างไรดี หันหน้าหลังนึกได้ว่าตูมีกองกำลังติดอาวุธถูกต้องตามกฎหมาย ใช้บริการกองกำลังนี่แหละดี แต่กรวุฒิกระตุกขาไว้ อย่าได้ริทำเด็ดขาด นาทีนี้ไม่มีใครกลัวใครแล้วครับ ไม่เชื่อลองดู

4. พฤติกรรมเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นถนัดนัก เช่น หุ้นตก เพราะนักลงทุนกลัวเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โยนความผิดเรื่องหุ้นใส่พี่น้องตระกูลชินวัตร ที่ร้ายมาก ๆ คือ กล่าวหาว่าแดงฆ่าแดง ไม่ทราบว่าเอาสมองส่วนไหนคิด แล้วเรื่องข้าวยากหมากแพงโทษใครหล่ะ คงโยนไปที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำกระมัง
แค่น้ำจิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ จากกรวุฒิ เตือนความทรงจำเท่านี้เองแหละครับ

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นพ. บรรลุ ศิริพานิชย์ เป็นประธาน แถลงผลการสอบสวนเมื่อ 28 ธ.ค. 52 ชี้มูลความผิดนักการเมือง 4 คน ข้าราชการประจำ 8 คน ส่งผลให้นายวิทยา แก้วพราไดย์ รัฐมนตรีว่าการลาออกวันนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ถือเป็นบรรทัดฐานให้นักการเมืองที่ส่อเจตนาโกงกินได้สำเนียกไว้ กรรมใดใครก่อก็รับกรรมไป คุณอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคและหัวหน้ารัฐบาลจะว่าอย่างไร ก็ไหนบอกว่าเป็นนายกมือสะอาด เพราะมีถึงสองคนแล้วที่กระเด็นตกเก้าอี้ คนแรกนายวิฑูรย์ นามบุตร กรณีปลากระป๋องเน่า คนที่สอง ก็นายวิทยา แก้วพราไดย์ ในฐานะสวมหมวกสองใบ น่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นผู้คัดเลือกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน แต่ถ้าไม่ได้คัดเลือกแสดงว่าเป็นนายกหุ่นเชิด ไม่มีอำนาจอะไรจริงมะ ถ้าอยู่ในวิสัยที่จะออกมาขอโทษประชาชนว่า "ผิดไปแล้ว" ประชาชนอาจยอมรับได้ แต่คิดว่าคนอย่างนายอภิสิทธิ์คงโยนความผิดให้คนกลัวว่าเป็นความผิดเฉพาะคน แต่อย่าลืมนะว่าเป็นปลาข้องเดียวกันหรือว่าไม่จริง

เทพเทือกพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า "นายกอภิสิทธิ์เป็นนักประชาธิปไตย ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองด้วยวิธิการนอกเหนือที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ" (มติชนรายวัน เสาร์ที่ 26 ธ.ค. 52 หน้า 3) ถ้าอย่างนั้นพฤติกรรมต่อไปนี้กำหนดในรัฐธรรมนูญใช่ไหม คือ

1. การร่วมมือกับพันธมิตรล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจนนำไปสู่การปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. 49

2. เมื่อแพ้การเลือกตั้งต่อพรรคพลังประชาชนยังร่วมมือกับพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย

3. เพื่อเป็นการยืนยันว่าร่วมมือกับพันธมิตรจริงเมื่อพรรคของตนเองได้เป็นรัฐบาลโดยวิธีพิเศษจนได้ฉายาว่า "รัฐบาลโจร" ปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนและยังเหยียบย่ำหัวใจของประชาชนโดยการแต่งตั้งผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายสากลเป็นรัฐมนตรี

นี่หรือนายกนักประชาธิปไตยของเทพเทือก แต่ทั่วโลกเขารู้ว่าเป็นรัฐบาลโดยวิธิพิเศษ แทนที่จะเอาปี๊บคุมหัวกลับสรรเสริญเยินยอไปเสียฉิบ มันน่าทุเรศสิ้นดี

มาร์คม. 7 โชว์เดี่ยวไมค์โครโฟนแถลงผลงานรอบ 1 ปี เมื่อ 23 ธ.ค. 52 ก็เป็นไปตามคาด คือ สอบผ่าน อย่างว่า "ชงเองกินเอง" แต่ที่น่าสนใจคือ นักวิชาการบางคนประเมินว่า 1 ปีมาร์คม.7 "สอบตก"   ... ด้านการเมือง - เศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (EDRI) ประเมินผลงานรัฐบาล "สอบตก" เช่น เช็คช่วยชาติ 2000 บาท , ต้นกล้าอาชีพ , โครงการชุมชนพอเพียง , โครงการไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะโครงการจัดชื้อเครื่องมือทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น  แล้วอย่างนี้จะให้กรวุฒิเชื่อใคร คงต้องเชื่อนักวิชาการและ TDRI เพราะเป็นคนนอกและเป็นคนกลางประเมิน จริงไหมมาร์คม.7

นอกจากนี้ยังสนใจกรณีเอกสาร "ลับมาก" หลุดออกจากกระทรวงการต่างประเทศสู่สายตาทั้งไทยและเทศ ปกติชั้นความลับของทางราชการมี 4 ชั้น คือ 1. ลับที่สุด, 2.ลับมาก , 3. ลับ , 4.ปกปิด การที่เอกสารชั้นลับมากหลุดออกมา มันบ่งบอกถึงขีดความสามารถของหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ หัวหน้าส่วนราชการคนนั้น คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ... นายกษิต พิรมย์ ดังนั้น นายกษิต ไม่ต้องโทษใครที่ไหน โทษตัวเอง เพราะ ไม่สามารถกำกับดูแลได้ ถ้าเป็นคนมีสปริตสักนิด จงลาออกไป แต่มีรึ? คนอย่างนายกษิตจะมีสปริต ขนาดโดนข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้ายสากล กรณียึดสนามบินสนามบิน ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยจริงมะ!

1. บอกว่าเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ เหตุการณ์ภาคใต้จะสงบ ผ่านมาหนึ่งปีแล้วเหตุการณ์สงบจริงหรือไม่? ตายรายวัน เหตุการณ์แต่ละครั้งหนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน น่าสงสารชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้จจริง ๆ

2. คุยกับนายกมาเลชียมาร์ค ม. 7 ได้ยินเต็มสองรูหู ว่าเหตุการณ์ภายใจจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย มาเลเชียจะให้ความร่วมมือเท่าที่จำเป็น ชัดเจนไหม?

3. จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร์คม. 7 จะปล่อยไว้อย่างนี้หรือ ในเมื่อคุณแก้ไม่ได้ ทั้งที่เป็นพื้นที่อิทธิพลของพรรคคุณ หรือคุณจะปล่อยไปอย่างนี้ในเมื่อคนเหล่านั้นไม่ใช่ญาติโกโหติกาของคุณ ถ้าอย่างนั้นคุณจงไปเสีย อย่าได้ทำร้ายประชาชนไปมากกว่านี้อีกเลย

1. การก้าวขึ้นสู่อำนาจของนายอภิสิทธิ์ ไม่ปรกติ เพราะ มีหลายกลุ่มอุ้มขึ้นสู่อำนาจกลายเป็นนายกหุ่นเชิด ไม่สง่างาม ถ้าเป็นคนปรกติจิตใต้สำนึกต้องเตือนว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง หากเป็นคนไม่ปรกติอะไรก็ได้ที่ทำให้ตนขึ้นสู่อำนาจ ทำทั้งนั้นขอให้ได้อำนาจเป็นพอ

2. เรื่องกกต.ที่กำลังทำในสิ่งที่ฝืนจิตใต้สำนึกของตนเอง กรณีเงิน 258 ล้านบาทของบริษัท ทีพีไอ ฯ จะยุบไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ถ้ามีจิตใต้สำนึกที่ปรกติ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ยกคำร้อง แน่ที่สุดคือนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น เสนอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนอีกสามหน่อ แทงกั๊กทั้งที่จิตใต้สำนึกบอกต้องยุบ แต่โยนเผือกร้อนให้นายทะเบียนพรรคการเมือง คือ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ จะออกหัวออก้อย อยู่ที่จิตใต้สำนึกคนคนนี้ว่าปรกติหรือไม่ปรกติ เพราะมาตรฐานที่ผ่านมาไม่ว่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชชิมาธิปไตย ฯลฯ จิตใต้สำนึกนี้ยังย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา

3. สำหรับคดีผู้ก่อการร้ายของพันธมิตรที่ยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ จะเกือบปีแล้ว ผู้คนเหล่านี้ยังลอยนวล บางครั้งยังออกกระแทกรัฐเล่นสนุกปาก รัฐบาลไม่กล้าอือไม่กล้าฮือ เป็นที่สงสัยของประชาชน จิตใต้สำนึกของรัฐบาลในกรณีนี้น่าจะผิดปกติแน่ ๆ

ใช่แต่กรวุฒิเท่านั้นที่สงสัย ในจิตใต้สำนึกเหล่านี้ ประชาชนคนไทยเจ้าของอำนาจตัวจริงเสียงจริงก็สงสัยเช่นกัน

การแจกปฏิทินวาบหวิวนางแบบ 6 คน เปลือยล่างบอดี้เพนท์ชื่อผลิตทั้งตัว โดยน.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทายาทบริษัทสิงห์ คอเปอร์เรชั่น เมื่อบ่ายวันที่ 17 ธ.ค. 52 เห็นหน้าบางทั้งหลายออกมาโจมตีสาดเสียเทเสีย ถึงความไม่เหมาะสมที่มาแจกในทำเนียบรัฐบาล จนน.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี แสดงความรับผิดชอบลาออกจากข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยากถามกลับไปยังท่านหน้าบางทั้งหลายเพื่อเตือนความทรงจำสักนิดดังนี้

1. ช่วงที่พันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาลหลายเดือน ตามกระแสข่าวว่ามีถุงอนามัยเกลื่อนทำเนียบ แสดงว่าพันธมิตรใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่สมสู่ใช่หรือไม่

2. การใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่สมสู่ของเหล่าพันธมิตร มันน่าจะทุเรศยิ่งกว่าการแจกปฏิทินปกนางแบบเปลือยร่างจริงมะ

3. กรวุฒิเคยเสนอว่า น่าจะย้ายทำเนียบรัฐบาลไปที่อื่น เพราะใครก็ตามที่นั่งทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาลปัจจุบันคงตะขิดตะขวงใจพิกล อาจเกิดภาพหลอนว่าตรงที่เรานั่งทำงานเป็นที่สมสู่ของเหล่าพันธมิตร ก็ดีแล้วที่จะย้ายทำเนียบรัฐบาลไปที่อื่นในเร็ววัน เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบจะได้สบายใจขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สุภาพสตรี

ถ้าหน้าบางจริงโปรดกรุณาดำเนินการกับพันธมิตรโดยเร็ว เพราะการยึดทำเนียบเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศชาติ นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรยังบังอาจใช้ทำเนียบเป็นที่สมสู่เหมือนทำเนียบเป็น ...

คำนี้เป็นคำพูดที่ชินหูในวงการทหารยุคโบราณ สมัยนี้คงไม่ใช่ เพราะทหารกำลังห้ำหั่นกันเพื่ออำนาจ อำนาจนี้นักการเมืองเสี้ยมให้ทะเลาะกัน หลายกรณีที่เกิดขึ้นมีการ ฆ่าน้อง ฟ้องนายขายเพื่อน แทบทั้งสิ้้น เช่น

1. การปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. 49 ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และนายกที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีแผ่นดินอยู่ หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นตท. รุ่น 6 นายกทักษิณ เป็นตท. รุ่น 10 ทั้งที่นายกทักษิณเป็นคนแต่งตั้งหัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นผบ.ทบ. นายกทักษิณแทบกระอักเป็นเลือด พี่หนอพี่ทำผมได้

2. ปฏิวัติเสร็จไม่ยอมเป็นนายก กลับประเค็นให้ท่านสุรยุทธิ์ ตท. 1 เป็นนายก ทำไปทำมาไม่ทราบว่าใครใหญ่ ระหว่างนายกกับหัวหน้าคณะปฏิวัติซึ่งมีอำนาจล้นฟ้า จนหัวหน้าคณะปฏิวัติบ่นด้วยความน้อยใจว่า "ถ้ารู้ว่าจะเป็นอ่ย่างนี้ เป็นนายกเองดีกว่า" มันก็สายไปแล้วต๋อย

3. ผบ.เหล่าทัพ นำโดยผบ.ทบ. ออกทีวีข่มขู่นายกสมชาย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ว่า ถ้าเป็นผมลาออกไปแล้ว กรณีสลายม็อบพันธมิตรที่หน้ารัฐสภา

4. กรณีเสธ. แดง กับผบ.ทบ. เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ ระหว่างเตรียม 10 และเตรียม 11 เสธ.แดงถูกทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ จะเข่นฆ่าให้อาสัญ อีกไม่นานเกินรอจะออกมาอย่างไร คงเข้ากรณี ฆ่าน้องและขายเพื่อนชัวร์

5. กรณีท่านพล.อ. ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ที่มีหนังสือ ด่วนที่สุดถึงประธานองคมนตรีเรื่อง การรักษาอธิปไตยเหนือดินแดนกรณีประสาทพระวิหาร ลง 19 มิ.ย. 51 ใจความดังนี้ "อนึ่งผมได้มีหนังสือถึงปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ รวมทั้งแกนนำพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย เกี่ยวกับการแสดงออกอย่างชัดเจนของทหารทุกคนในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และรักษาอธิปไตยแห่งดินแดน" พล.อ.เปรม บอกว่า "เป็นการตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างหนึ่ง" แล้วพล.อ.ปฐมพงษ์ แต่งเครื่องเต็มยศขึ้นเวทีพันธมิตร

ทั้ง 5 กรณี ยกมาเพื่อเปรียบเทียบการกระทำความผิดระหว่างหัวหน้าคณะปฏิวัติ ผบ.ทบ. พล.อ.ปฐมพงษ์ และเสธ.แดง การที่เสธ.แดงโจมตีการกระทำของผู้บังคับบัญชา ความผิดไหนน่าจะถูกลงโทษมากกว่ากัน ประชาชนผู้มีใจเป็นธรรมโปรดพิจารณา ..

1. คนไทยเกิดจากท้องพ่อท้องแม่ ทุกคนเถิดทูนสถาพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบันดอก เพราะประชาชนทุกหมู่เหล่าเขาปกป้องเอง เห็นนายสุเทพให้บรรจุแผนป้องกันสถาบัน แผนยุทธศาสตร์ 9 ข้อ เทพเทือกคิดแค่นี้เองหรือ? ลองไปถามยายมียายมา ตาสีตาสา ว่าใครไม่รักสถาบันบ้าง ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวว่ารักและเทิดทูนสถาบันทุกคน

2. ถ้ารักสถาบันจริง ทำไมไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำไมเป็นรัฐบาลโจรปล้นเขามา คำว่ารัฐบาลโจร กระฉ่อนไปทั่วโลกเชียน่า

3. ขอทีเถิด การที่คุณดึงสถาบันมาแอบอ้าง ประชาชนเขาไม่ได้โง่นะครับ เขารู้ดีทุกเรื่อง แต่เขาเก็บไว้ในใจ อย่าให้เขาหมดความอดทน ถ้าหมดความอดทนเมื่อไหร่ ก็เห็นดีกันแน่

4. อย่าผูกขาดความรักสถาบันเพียงเฉพาะพวกคุณ ถ้าพวกคุณรักสถาบันจงไปเสียเถิด อย่าอยู่เพื่อสร้างความแตกแยกให้กับลูกพ่อของแผ่นดินต่อไป เชื่อผมเถิดยังไม่สาย เตือนด้วยความหวังดีนะครับ

1. กรณีบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ทำนิติกรรมอำพรางผ่านบริษัท เมซไซอะ ให้เงินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท ไม่ทราบว่ากกต.ทำไมทำงานอืดอาด เสมือนมีเจตนาจะช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่มีเจตนาน่าจะสรุปได้แล้ว ผิดไม่ผิดสังคมยอมรับได้ เพราะธงที่ตั้งไว้..ว่าไม่ผิด

2. ปปช.ครับ ที่พรรคเพื่อไทยยื่นถอดถอนนายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่เดือน มีนาคม 52 - 7 กรณีอืดเป็นเรือเกลือเช่นกัน ยกมาหนึ่งกรณีคือ ขอให้บริษัททรูมูฟ เอไอเอส และดีแท็คส่ง SMS ไปยังผู้ใช้บริการในโอกาสรับตำแหน่งนายก เมื่อรวมค่าใช้จ่าย 3 บริษัทเป็นเงินหลายล้านบาท การบริการดังกล่าวเป็นการให้ฟรี ตามประกาศปปช.เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2543  (ข้อ 3) ซึ่งมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท กรวุฒิถามไปยังปปช.ว่าเรื่องดังกล่าวไปติดอยู่ตรงไหน ไม่แน่อาจติดความเหมือนรับงาช้างจาก นายโสภณ ชารัมย์ ก็เป็นได้ เพราะนายวิชา มหาคุณ บอกว่ารับมาแล้วถ้ารู้ทีหลังว่าราคาเกิน 3,000 บาท ส่งคืนเจ้าของก็สิ้นเรื่อง .. สรุปง่ายจริงนะ เป็นถึงนายกจะไม่ทราบได้อย่างไรว่างาช้าง 1 คู่ราคาเท่าไหร่ หรือว่าเป็นนายกเด็กอมมือตามที่เขาตั้งฉายาให้ อย่างนั้นก็แล้วไป ขอให้จำเริญเถิดพ่อคุณ

3. ที่อืดอาดเป็นเรือเกลือทำงานประเภทเช้าชามเย็นชาม อีกคดีหนึ่งคือคดีพันธมิตรยึดสนามบินเกินปีแล้ว เมื่อไหร่จะสรุปสั่งฟ้องเสียที เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า เป็นข้อหาผู้ก่อการร้ายที่ทั่วโลกจับตามอง ใครเป็นเจ้าของคดีรีบดำเนินการซะดี ๆ ที่ไม่กล้ารีบดำเนินการเพราะ เส้นม็อบกระตุกขาอยู่ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ประเทศไทยว้าเหว่จริง ๆ


1. ห้วงปี 2540 - 2543 สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีนายชวน หลีกภัยเป็นนายก ดำเนินการปิดกิจการของบริษัทเงินทุน 65 แห่ง มูลค่าประมาณ 8 แสนล้านบาท และเร่งรัดให้องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ประมูลขายได้เพียงประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาท หรือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ผู้ประมูลทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ไม่กี่แห่ง การรีบร้อนขายทำให้ปรส.ได้ราคาต่ำ หนำซ้ำรัฐบาลยังกีดกันไม่ให้ลูกหนี้ หรือรายย่อยเข้าซื้อสินทรัพย์ดังกล่าว ผลคือบริษัทต่างชาติเหล่านี้สามารถเร่งรัดให้ลูกหนี้ไทยจ่ายคืนเป็นสัดส่วน 60-70 เปอร์เซ็นต์ของเงินต้น

2. เกิดความเสียหายประมาณ 6 แสนล้านจากการประมูลของปรส. นับเป็นภาระภาษีของประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลยอมออกพันธบัตรชดใช้ค่าเสียหาย 5 แสนล้านบาท ที่เหลือ 1 แสนล้านบาทรัฐบาลขายให้บริษัทบริหารทรัพย์ (บบส.) โดยแลกกับพันธบัตรของ บบส.

3. เรื่องทั้งหมดดังกล่าวเกิดในสมัยนายชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนรู้เห็น คงปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นการขายชาติอย่างมหาศาล DSI ระบุว่าคดีปรส. มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 5 คดี

เท่าที่กล่าวมาข้างต้น ในเมื่อ DSI ฟันธงคดี ปรส. ผิดจริง คนขายชาติตัวจริงคงไม่พ้นพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่

1. นายศิวรักษ์คือแพะที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตัวจริงคือนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย ถ้าไม่โทรไปหานายศิวรักษ์ เรื่องคงไม่เกิด พอเรื่องเกิดนายคำรบหายเข้ากลีบเมฆ ถ้านายคำรบไม่ใช่เจ้าหน้าที่ฑูตที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ถูกลอกคอพร้อมนายศิวรักษ์และถูกตัดสินจำคุกแน่นอน เมื่อเกิดเหตุการณ์แทนที่รัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบกลับกล่าวหาว่า "เป็นการจัดฉากของท่านทักษิณ ท่านฮุนเซ็น ท่านชวลิต และพรรคเพื่อไทย" ประชาชนคนไทยเขาไม่ได้โง่นะครับ เขารู้ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลต้องการจับท่านทักษิณพอล้มเหลวก็โยนความผิดให้คนอื่นทันที มันน่าทุเรศไหม?

2. รัฐบาลมีอำนาจล้นฟ้า เมื่อเกิดปัญหาเนื่องจากรัฐบาลเองเป็นผู้ก่อ หมดปัญญาจะช่วยเหลือแพะคนไทยคนนี้ เพราะอะไร? เนื่องจากรัฐบาลเป็นปฏิปักษ์กับนายกฮุนเซ็น จริงไม่จริงนายกฮุนเซ็นก็เปิดใจแล้ว ท่านไม่มีปัญหากับคนไทย แต่มีปัญหากับนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต กูถูกต้องแล้วนี่ที่คุณแม่ศิวรักษ์ไปขอความช่วยเหลือท่านทักษิณ ท่านชวลิต และพรรคเพื่อไทย ผลที่ออกมาทำให้ครอบครัวหลุดพ้นจากตราบาปที่ตนเองไม่ได้ก่อ โดยได้รับการอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา แทนที่จะแสดงความมีน้ำใจกลับต้องข้อสังเกตุว่าอาจเป็นการจัดฉาก นี่หรือผู้นำประเทศคิดได้แค่นี้เอง ประเทศไทยช่างว้าเหว่จริงที่มีผู้นำประเภทที่มีจิตใจคับแคบเช่นนี้

พูดไปก็เท่านั้นเอง เป็นรัฐบาลที่อำนาจล้นฟ้า แต่ไม่มีปัญญาช่วยเหลือ ขอเตือนคนไทยอย่าได้ไปก่อเรื่องในประเทศกัมพูชาเพราะคุณอาจไม่โชคดีเหมือนคุณศิวรักษ์ก็ได้

ตอกย้ำความน่าเชื่อถือจากคนภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ออกมาขย่มนายวีระชัย วีระเมธีกูล รัฐมนตรีข้าวนอกนาจากเครือ CP ว่าอยู่ครบ 1 ปีคุ้มแล้ว คำว่า "คุ้มแล้ว" หมายถึง

1. กับเงินที่ซื้อตำแหน่งหรือไม่ เพราะครั้งที่แตกตั้งนายวีระชัย วีระเมธีกูล เป็นรัฐมนตรีมีการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนพรรคปชป. แลกกับตำแหน่งรัฐมนตรี จริงไม่จริงพรรคปชป.ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ถ้ามีการจ่ายเงินจริงเพื่อแลกกับตำแหน่งรัฐมนตรีก็แสดงว่าทุกตำแหน่งของรัฐมนตรีต้องจ่ายเงินทั้งนั้นใช่หรือไม่

2. มิน่าหล่ะ แทบทุกกระทรวงทบวงกรมมีการคอรัปชัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการไทยเข้มแข็ง หึ่งไปหมดตามที่ปรากฎตามหน้าสื่อแทบทุกสำนัก นี่คือรายการ "ถอนทุน" ใช่หรือไม่ ?

3. ต้องขอบคุณ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ที่กล้าหาญเปิดโปงเรื่องนี้ ประชาชนที่มีความสงสัยเรื่องดังกล่าวได้หูตาสว่าง โดยไม่ต้องออกแรงตรวจสอบ ขอบคุณจริง ๆ

4. ต้องถามกลับไปที่นาย อภิสิทธิ์ ผู้บริหารสูงสุดของประเทศว่าต้องการใบเสร็จอีกหรือไม่ คงไม่ต้องกระมัง เพราะเพื่อนเราเปิดโปงให้สังคมรับทราบหมดแล้ว


ทางออกที่ดีคงไม่ชี้นำเพราะรู้อยู่แก่ใจ จงไปเสียดีกว่า ประชาชนขับไล่ ถ้าประชาชนขับไล่อาจไม่มีแผ่นดินอยู่นะครับ

1. การที่นายศิวรักษ์ส่งตารางการบินท่านทักษิณให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เป็นการจัดฉากและนายศิวรักษ์ยอมติดคุก 7 ปี การกระทำครั้งนี้มันคุ้มแล้วหรือ ไหนจะเสื่อมเสียเกียรติยศวงศ์ตระกูล ไหนจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ขี้คุก และถูกออกจากงาน หมดอนาคต ถ้านายศิวรักษ์คิดได้แค่นี้ก็สิ้นคิดสิ้นดี แต่ถ้าเป็นการติดคุกโดยคนของรัฐบาลจัดฉากแสดงว่ารัฐบาลชุดนี้สิ้นคิดเช่นกัน โดยยัดเยียดความผิดให้คนไทยผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง และกรวุฒิตั้งข้อสังเกตว่าพอรัฐบาลทราบตารางการบินของท่านทักษิณบินผ่านประเทศไทยไปกัมพูชา เลยสั่งห้ามเครื่องบินส่วนตัวของท่านทักษิณบินผ่านประเทศไทยเวลาบินกลับดูไบ ท่านทักษิณต้องบินอ้อมไปทางประเทศอินโดนีเชีย จริงไม่จริงถามเทพเทือกดูสิ

2. ถ้าจัดฉากจริงตามที่รัฐบาลตั้งข้อสังเกต แสดงว่าคุณแม่สิมารักษ์ และนายศิวรักษ์ ผู้ลูกใช้ไม่ได้ ยอมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ยอมให้สังคมประนาม และคุณแม่สิมารักษ์เป็นคุณแม่ที่ใช้ไม่ได้ที่ยอมให้ลูกชายติดคุก และเป็นจอมลวงโลกทั้งแม่และลูก แต่ถ้าไม่ได้จัดฉากจริง ไอ้อีหน้าไหนที่ใส่ร้ายป้ายสีสองแม่ลูกของให้มีอันเป็นไปโดยไวเช่นกัน

แกนนำรัฐบาลนี้ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวมีพฤติกรรมถาวรคือ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น การใส่ร้ายป้ายสีคนบริสุทธิ์สองแม่ลูกระวังซักวันกรรมนั้นจะตกแก่ตัวท่านและลูก ๆ ของท่านเช่นกัน

คุณแม่สิมารักษ์ตอบชัดเจนว่ารัฐบาลมีความขัดแย้งกับรัฐบาลกัมพูชาเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือลูกคุณแม่และยังกล่าว อย่าเอาลูกคุณแม่เป็นต้นเหตุความขัดแย้งทางการเมือง รัฐบาลทราบแล้วเปลี่ยน และยังกล่าวต่อว่าต้นเหตุที่ทำให้ลูกคุณแม่ต้องประสบเคราะห์กรรม คือ นายคำรบ ปาลวัฒนวิชัย ที่โทรไปหาลูกคุณแม่ขอทราบตารางการบินของท่านทักษิณ นายคำรบ ฯ จะปล่อยให้ลูกคุณแม่ติดคุกโดยไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ ? นี่คือ คำตัดพ้อของหัวอกผู้เป็นแม่ รัฐบาลสงบปากสงบคำจะดีกว่า และควรดำเนินการดังนี้


1. สืบสวนให้ทราบถึงต้นตอที่ทำให้นายศิวรักษ์ติดคุก 7 ปี โดยสอบสวนว่าใครสั่งการให้นายคำรบดำเนินการเช่นนั้น ไล่ดะไปจนถึงรัฐมนตรี อาจถึงนายกรัฐมนตรีผู้บริหารสูงสุดของประเทศ แม้จะมองไม่เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ก็ตาม

2. ในเมื่อคุณแม่ศิวรักษ์ตัดสินใจพึ่ง พล.อ. ชวลิต   ท่านทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ในการช่วยเหลือลูกคุณแม่รัฐบาลควรให้โอกาส อย่าพูดประชดประชันเหมือนนายชวนกล่าวว่า ทราบผลคดีล่วงหน้าได้อย่างไรจึงเตรียมการขอพระราชธานอภัยโทษ สำหรับนายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า "การที่พรรคเพื่อไทยเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์อยากถามว่าพรรคเพื่อไทยเป็นญาติกับนายศิวรักษ์" นายปณิธานคิดได้แค่นี้เองหรือครับ

3. รู้ทั้งรู้ สมเด็จ ฮุนเซ็น กล่าวว่าท่านไม่ได้เป็นศัตรูกับคนไทย แต่เป็นศัตรูกับนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต มันชัดเจนอยู่ในตัว ถ้ารัฐบาลยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์ อาจจะไม่ได้รับร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชาก็เป็นได้

4. เป็นความคิดเห็นของกรวุฒิ ถ้ารัฐบาลช่วยเหลือ นายศิวลักษณ์ อาจติดคุกหัวโต เพราะเหตุผลตามข้อ 3 แต่อาจเป็นข้อดีก็เป็นได้ เพราะถ้ากลับประเทศไทย ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ยังเป็นรัฐบาล อาจไม่ปลอดภัย เพราะรัฐบาลชุดนี้ปากกับใจไม่ตรงกันแทบทุกเรื่อง เห็น ๆ กันอยู่

ท้ายสุดขอให้คุณแม่สิมารักษ์ จงเข้มแข็งอดทนและเชื่อมั่นคนไทยไม่ทิ้งคนไทย กรรมดีจะส่งผลให้ครอบครัวคุณแม่พ้นวิบากกรมนี้ได้แน่นอน

ประชาชนทุกหย่อมหญ้าเดือดร้อนชักหน้าไม่ถึงหลัง ขอให้รัฐบาลเลิกสร้างภาพว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ซึ่งสวนกระแสความเป็นจริง อยากถามว่าโกหกไปทำไม ประชาชนเขาประสบเองว่าเศรษฐกิจย่ำแย่สวนกระแสกับการโกหกของรัฐบาลโดยสิ้นเชิง ถ้าว่างวันไหนหรือหยุดเกาะโพเดียมซักวันคงไม่ตาย ลงไปเดินชมตลาดดูสิ จะพบความจริงว่าข้อเท็จจริงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นประชาชนเดือดร้อนจริงและหาทางแก้ไขเสีย ถ้าแก้ไขไม่ได้จงไปเสียเถิดให้คนอื่นที่มีความสามารถเข้ามาแก้ไขแทน

อีกอย่างเดินสำรวจตลาดมันเสียหายตรงไหน สมัยหาเสียงเห็นเดินไปแถบทุกตรอกซอกซอย มือไม้อ่อนไหวไปทั่ว พอเขาอุ้มขึ้นเป็นนายกหน่อย แหม...เยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อเลยนะพ่อคุณ ที่ไม่กล้าเดินชมตลาดเหมือนท่านทักษิณ เหมือนท่านสมัครเพราะกลัวถูกลอบสังหารตามที่ปุดข่าวว่าจะมีการลอบสังหารนายกโดยตั้งค่าหัวตั้งสิบล้านบาท สงสัยพูดเองเออเอง ถ้าเขาจะลอบสังหารจริง ป่านนี้ไปพบยมพบาลแล้วละครับ เสื้อกระสุนช่วยไม่ได้ดอก ถ้าเขาคิดจะลอบสังหารท่านนายกเขายิงที่หัวครับ ขนาดประธานธิบดีสหรัฐ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ การรักษาความปลอดภัยถึอว่าชั้นยอด กระสุนยังเจาะกระโหลกได้เลย คนไทยไม่ใจร้ายขนาดนั้นดอก ในประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่เคยมีนายกไทยคนไหนถูกลอบสังหาร อย่ากังวลจนวิตกจริต อย่างมากก็แค่ชุมนุมขับไล่ก็เท่านั้นเอง

มีคำกล่าวเชิงกระแนะกระแหนว่า จำได้แม่นเวลาฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปสู่การปฏิบัติ หลังจากนั้นก็ลืมสิ้น กรวุฒิเชื่อเช่นนั้น ไม่เชื่อก็คอยดูต่อไป เพื่อลบคำสบประมาทรีบดำเนินการดังนี้

1. ลบภาพคำว่ารัฐบาลโจร รัฐบาลภายใต้ท็อปบู๊ท รัฐบาลภายใต้การบงการของอำมาตย์ คืนอำนาจคืนความชอบธรรมให้กับประชาชนโดยยุบสภา เริ่มนับหนึ่งใหม่ แพ้ชนะอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

2. เลิกสองมาตรฐาน ดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน ทำให้ประจักรทีเถิด กรณีโจรก่อการร้ายยึดธรรมเนียบ ยึด NBT และยึดสนามบินปีกว่าแล้ว โจรก่อการร้ายยังลอยนวล แต่กับฝ่ายตรงข้ามโดยเฉพาะคนเสื้อแดงรวดเร็วทันใจดีแท้

3. ปัญหาคอรัปชันในโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการไทยเข้มแข็ง อืดเป็นเรือเกลือรีบดำเนินการโดยไว คงได้ใจประชาชนโขทีเดียว

4. รีบสร้างความปรองดองของคนในชาติ สาเหตุเพราะอะไรกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ถ้าแกล้งเซ่อบอกให้ก็ได้ เพราะรัฐบาลขาดความชอบธรรม ปล้นอำนาจของประชาชน ประชาชนเขาเชื่อเช่นนั้นจึงถูกต่อต้านอย่างรุนแรง คืนอำนาจให้กับประชาชนเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ รีบตัดสินใจเสียยังไม่สายเกินไป

5. ที่ผ่านมา และภายภาคหน้าการทำงานของรัฐบาลทำด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่นหรือยัง แต่กรวุฒิว่ายังไม่ได้ทำซักอย่าง เพราะทุกโครงการมีค่าคอมมิชชั่นแทบทั้งสิ้น


ติติงอย่าความจำสั้น รีบน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเสียโดยเร็วเถิด

เพื่อลบภาพคำว่า รัฐบาลโจร รัฐบาลสีเขียวอุ้มสม หรือรัฐบาลภายใต้องค์การของอำมาตย์ จงยุบสภาสิ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ภายใต้กฎกติกามารยาทของรัฐธรรมนูญปี 50 เพราะไหน

ๆ ก็ไม่ยอมแก้ไขอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลชุดปัจจุบันชนะการเลือกตั้งก็ให้บริหารประเทศครบ 4 ปี จะรัฐบาลที่สง่างาม แต่ถ้าแพ้การเลือกตั้งจงยอมรับโดยดุษฎี ประเทศชาติจะได้กลับคืนสู่

ภาวะปกติเสียที เพราะประเทศชาติเสียโอกาสมาร่วม 4 ปีแล้ว ที่กรวุฒิว่ารัฐบาลชุดนี้พร้อมแล้ว เหตุผลดังนี้

1. สื่อกระแสหลักทุกสำนักเป็นของรัฐบาลหมดแล้ว ไม่ว่าจะบริโภคสื่อสำนักไหน แต่ละสำนักเชียร์รัฐบาลสุด ๆ (แต่ระวังจะเป็นแนวร่วมมุมกลับ "ยิ่งตียิ่งโต" พลังเงียบซุ้มดูอยู่ อาจจะ

เทคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นได้ )

2. โพลทุกสำนักนำเสนอความนิยมของรัฐบาลเหนือคู่แข่งขันชนิดไม่เห็นฝุ่น

3. การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม รัฐบาลได้วางตัวบุคคลที่ไว้ใจได้ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ว ยกเว้นผบ.ตร. คงไม่กระทบกระเทือนมากนักดอกน่า

4. การเลือกตั้งอบต. , อบจ. เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลกุมสภาพทั้งหมด น่าจะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วมิใช่หรือ

5. กระสุนดินดำพร้อมแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ห้ามปฏิเสธเพราะเป็นเรื่องจริง

แล้วใยรัฐบาลจะรีรอทำไม พร้อมทุกอย่างแล้วนี่ ยุบสภาเสียเถิด ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าพวกเขาต้องการใครเป็นรัฐบาล อย่าดันทุรังอีกต่อไปเลย

1. ประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนแม้หนึ่งคน หรือแสนคน บอกให้รัฐบาลต้องไป ทำไมไม่ไป เพราะรัฐบาลขาดความชอบทำเนื่องจากปล้นเขามา ประชาชนไล่อยู่ทุกวี่ทุกวัน ทำไมคุณไม่ไป คำพูดเป็นนายนะครับบ

2. ไหนล่ะ  2 มาตรฐาน ทำไมรัฐบาลไม่จัดการกับพันธมิตรที่ปิดทำเนียบยึด NBT และสนามบิน เป็นผู้ก่อการร้ายล่วงเลยเวลามา 1 ปีแล้ว ประชาชนเฝ้าติดตามใจจดใจจ่อ อย่าให้ประชาชนผิดหวัง อาจได้ไม่คุ้มเสีย

3. เสื้อเหลืองชุมนุม ไม่ประกาศพรบ.ความมั่นคง พอเสื้อแดงจะชุมนุม ประกาศพรบ.ความมั่นคง มันน่าทุเรศสิ้นดี

4. ไหนล่ะบอกว่าเป็นรัฐบาล เหตุการณ์ภาคใต้สงบทันที แล้วเป็นไงล่ะตายรายวันมากขึ้นทุกวัน

5. ไหนล่ะ 99 วัน ทำได้ ล้มเหลวไม่เป็นท่า

6. ไหนล่ะไม่คอรัปชัน ทุกโครงการแปะตรงไหนเน่าตรงนั้น อยากรู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไร

7. ไหนล่ะเป็นรัฐบาลจะไม่แทรกแทรงข้าราชการ แค่แต่งตั้งผบ.ตร. ยังไม่สามารถแต่งตั้งได้เลย

ยกตัวอย่างแค่นี้แหละ แค่นี้คุณยังทำไม่ได้ คุณยังให้ความยุติธรรมกับประชาชนไม่ได้ คุณจงไปเสีย อย่าให้ประชาชนต้องขับไล่เลย กรวุฒิเตือนความทรงจำคิดว่าคงจำได้นะครับ

1. นายอภิสิทธิ์ เสนอให้ประกาศพรบ. ความมั่นคงคลุมพื้นที่กทม.ทั้งหมด ผลกระทบทีประกาศพรบ.ดังกล่าว รัฐบาลต้องรับผิดและชอบ ห้ามโยนให้คนอื่นเด็ดขาด

2. กลัวเกินเหตุว่าท่านทักษิณ , ท่านชวลิต , ท่านพัลลภ และเตรียมสิบ อาจใช้ความรุนแรงเหมือนพฤษภาทมิฬ ใช้สมองส่วนไหนคิด จริง ๆ นะ ศุภชัยใจสมุทร อ้อ ...ากลืมไปท่านห้อยเคยทำมาก่อนที่พัทยา และเมษาเลือด ไม่มีใครคิดบ้า ๆ เหมือนท่านห้อยดอกน่า เชื่อกรวุฒิเถิด

3. ท่านอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยพานิชย์ อาการหนักกว่าเพื่อน ละเมอ คิดว่าคนเสือแดงอาจยึดสนามบิน และยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก เมื่อท่านอิสระ สมชัย คาดว่าผู้มาร่วมชุมนุมอาจเป็นล้านคน ท่านอลงกรณ์ ฯ คนเสื้อแดงไม่มีเส้นเหมือนพันธมิตรครับ อย่าได้กังวลเลย ทางที่ดีรีบนำโจรก่อการร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วจะได้ใจประชาชนมากกว่า อย่าปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายลอยนวล รีบดำเนินการเสียเถิด

4. เหมาะสมหรือไม่ที่ประกาศพรบ.ความมั่นคงในห้วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพรระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าไม่เหมาะสมจงเลิกเสียเถิด เพราะไม่เคยมีมาก่อน แต่ถ้ายังดื้อดึงประกาศพรบ.ความมั่นคงก็เชิญตามสบาย

ถ้าคิดว่าการประกาศพรบ.ความมั่นคงเหมาะสมถูกต้องเพื่อสกัดคนเสื้อแดง ถ้าเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง รัฐบาลรับผิดชอบแล้วกัน

เมื่อเวลา 08:48 วันที่ 24 พ.ย. 52 อดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งตับ กรวุฒิขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของท่าน ในฐานะที่กรวุฒิเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช (ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) ที่ต้องจารึกชื่อท่านไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะท่านพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากทำกับข้าวออกรายการทีวี ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดพจนานุกรมตัดสินคำว่า "ลูกจ้าง" กับ "รับจ้าง" เป็นที่ขบขันไปทั่วโลก

1. ประโคมข่าวว่าท่านนายกทักษิณจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงโดยการให้สัมภาษณ์ Time Online คุณสาธิต อุตส่าห์ทำเรื่องขอเทปการให้สัมภาษณ์นายกทักษิณ แต่ถูกปฏิเสธ และเนื้อหาในการให้สัมภาษณ์ไม่มีส่วนไหนหมิ่นเบื้องสูง หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ไม่เห็นมีอะไรในกอไผ่

2. การจารกรรมข้อมูล ตารางการบินของท่านทักษิณ และท่านฮุนเซ็น ของวิศวกรไทย รัฐบาลชุดนี้บอกว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ นายกษิตบอกว่าเป็นเรื่องปาหี่ แล้วเป็นไงล่ะ วิศวกรคนนี้ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกัมพูชา จะออกหัวออกก้อยรัฐบาลชุดนี้ต้องรับผิดและชอบ อย่าปล่อยให้เด็กคนนี้เป็นแพะรับบาป ถ้าไม่มีใบสั่งเด็กคนนี้กล้าทำรึ?

3. การชุมนุมของพันธมิตรเพื่อปกป้องสถาบัน เมื่อ 15 พ.ย. 52 โดนระเบิดบาดเจ็บ 10 กว่าคน แป๊ะลิ้มและบักไส บอกว่าคนมีสีเป็นผู้กระทำ แล้วเป็นไงล่ะ ไม่่เห็นมีอะไรในกอไผ่ ทำท่าจะเป็นเรื่องปาหี่สร้างสถานการณ์เองรึเปล่า

4. สด ๆ ร้อน ๆ ขออำนาจศาลเชียงใหม่ จับ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุร แกนนำเชียงใหม่ 51 ขู่ฆ่านายกอภิสิทธิ์ ล่าสุดศาลเชียงใหม่ไม่อนุมัติหมายจับ ถ้าศาลไม่อนุมัติจริงก็เป็นเรื่องปาหี่ ไม่เห็นมีอะไรในกอไผ่

สรุป เข้าใจง่าย ๆ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่จริง สร้างกระแสข่าวหนึ่งกลบกระแสข่าวหนึ่งไปวัน ๆ ก็เท่านั้นเอง

การที่มีรัฐบาลพรรคเดียวเป็นเผด็จการทางรัฐสภาตามที่เห่าไฟนำเสนอในหนังสือไทยรัฐฉบับอาทิตย์ที่ 22 ส.ค. 52 คอลัมม์ คนในข่าว การนำเสนอของเห่าไฟ มิทราบว่าประชดประชัน หรือเจตนาเช่นนั้น ถ้ามีเจตนาเช่นนั้นจริง ก็ปล่อยให้แนวความคิดนี้นำไปใช้กับประเทศส่วนตัวของเขาไปเถิด มิใช่ประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ทำให้กรวุฒิหวนคิดถึงคำพูดของ นายชวน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน กล่าวว่า รัฐบาลผสมทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ พอพรรคไทยรักไทย สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ก็บอกว่าเป็นเผด็จการทางรัฐสภา ความคิดเช่นนี้ของเห่าไฟ สอดคล้องกับนายชวน หยั่งกับสำเนาความคิดเดียวกันมา ความคิดเช่นนี้เก็บเข้าลิ้นชักไว้ใช้ส่วนตัวทั้งสองคนเถิด แล้วกรวุฒิถามกลับดังนี้


1. ประเทศสหรัฐปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยมาสองร้อยปีกว่า ก็มีแต่สองพรรคคือ เดโมแครต และรีพับรีกัน พลัดกันเป็นรัฐบาลแล้วแต่ใครนโยบายเหนือกว่ากัน ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ถามว่าพรรคการเมืองอื่นมีไหม ? ตอบว่ามี แต่ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชน เมื่ออยู่ครบสี่ปีก็นำเสนอนโยบายมาสู้กันใหม่ เขาไม่เห็นบอกว่าเป็นเผด็จการทางรัฐสภา และประเทศเขาเจริญรุ่งเรืองเป็นมหาอำนาจของโลกใช่ไม่ใช่

2. สิงคโปร์ พรรครัฐบาลมีเสียงข้างมากท่วมท้น ฝ่ายค้านมี 2 - 3 คน ไม่เห็นเขาโวยวายเป็นเผด็จการทางรัฐสภา ประเทศเขาเจริญรุดหน้ากว่าประเทศเรา ไม่รู้กี่ปี ทั้งที่เป็นประเทศเล็ก ๆ ไม่มีทรัพยากรที่จะพัฒนาประเทศ อาศัยทรัพยากรจากนอกประเทศทั้งสิ้น ที่สำคัญอยู่ที่ผู้นำประเทศเขามีความสามารถใช่หรือไม่

3. ประเทศมาเลเซีย มหาเท ฯ เป็นนายกร่วม 20 ปี เพิ่งมาเสียตำแหน่งเมื่อไม่กี่ปี ไม่เห็นเขาโวยวายเหมือนบ้านเรา ประเทศเขาแทรงหน้าประเทศเราเกือบทุกด้าน จริงมะ

ท้ายสุด อย่าโยนผิดให้ประชาชนว่าไม่มีคุณภาพ เดี๋ยวเขาจะย้อนเอาแล้วจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน กรวุฒิว่าพวกนักการเมืองที่คิดเหมือนคุณเห่าไฟคงมีเฉพาะพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่เจ้าของประเทศและพรรคฝ่ายค้านคงไม่คิดอุตริเช่นนั้นหรอกครับ

แปลกใจทำไมรัฐบาลชุดนี้ ถึงแต่งตั้งผู้ก่อการร้ายเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และแล้วความจริงก็ปรากฎ เป็นใบสั่งจากบ้านสี่เสานี่เอง สมัยบ้านสี่เสาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับหัวคูณ  และรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบันเขาว่า (กรวุฒิไม่ได้ว่า) เป็นลูกเขยของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ มิหน้าล่ะ นายอภิสิทธิ์ จึงตกอยู่ในภาวะจำยอม ใครจะโจมตีถึงความไม่เหมาะสมของรัฐมนตรีคนนี้ นายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าอือไม่กล้าฮือ เพราะบุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องทดแทน เป็นนายกได้ บ้านสี่เสาคุ้มกะลาหัวอยู่ มีอำนาจเหมือนไม่มี เป็นเหมือนหุ่นยนต์แล้วแต่บ้านสี่เสาสั่งการอย่างไรนายอภิสิทธิ์ต้องปฏิบัติตาม นี่หรือนายกของประเทศไทย

อีกอย่างได้เป็นนายกตามใบสั่ง เป็นนายกเพราะปล้นอำนาจอธิปไตยจากปวงชนชาวไทย ยังมีหน้ามาพูดเรื่องประชาธิปไตย ไม่อายนายกอบต.บ้างหรือไง นายกอบต.ทั่วประเทศพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเขามาจากประชาชนโดยแท้จริง ไม่ได้ปล้นใครมา แล้วนายอภิสิทธิ์ยังจะทนอยู่อีกรึ เป็นกรวุฒิแม้ประชาชนเพียงหนึ่งคน ไม่จำต้องแสนคนมาบอกให้ออกไป กรวุฒิโบกมืออำลาแล้วเพราะทนอับอายประชาชนเจ้าของประเทศไม่ไหวจริงนะครับ

พรรคนี้แจ้งเกิดเมื่อ เม.ย. 2496 หัวพรรคชื่อ นาย ควง อภัยวังศ์ นายควง ฯ เกิดที่พระตะบองเป็นลูกของเจ้าพระยาอภัยภูเบศ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ต่อมาหม่อมราชวงศ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค แต่ถูกปฏิวัติ เมื่อ 6 ต.ค. 2519 โดย พล.อ.สงัด ชรออยู่ พอนายชวนหลีกภัยเป็นหัวหน้าพรรค แม้จะชนะการเลือกตั้งแต่ไม่กล้าเป็นนายก ต้องประเคนให้อำมาตย์ใหญ่ผู้ไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง แต่เป็นนายก 8 ปี นายชวนเป็นนายก 2 สมัย คนที่อุ้มชูคืออำมาตย์ใหญ่จะทำอะไรต้องเกรงใจท่านอำมาตย์ แม้แต่แต่งตั้งผบ.ทบ. ที่ไม่อยู่ใน 5 เสือทบ. อำมาตย์ใหญ่ก็บันดาลให้ได้คือ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ผ่านมาประชาชนอาจไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ความแตกเมื่อ 19 ก.ย. 49 เพราะอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ และชัดเจนขึ้นเมื่อบีบบังคับให้สส.บางส่วนของพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายก กลายเป็นรัฐบาลโจรเพราะปล้นอำนาจอธิปไตยของประชาชน และยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อพล.ต. มนูญกฤต รูปขจร เปิดโปงเบื้องหลังอำมาตย์ใหญ่ ก้าวขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ผบ.ทบ. ถึงการก้าวขึ้นอำนาจสูงสุดของประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 พฤติกรรมในอดีตสอดคล้องกับพฤติกรรมยังกับพิมพ์เดียวกัน

เมื่อพฤติกรรมชัดเจนเช่นนี้ ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคือ นปช. / เสื้อแดงทั้งแผ่นดิน หมดความอดทนต้องขับไล่พวกอำมาตย์ เพราะเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศชาติ จะสำเร็จวันนี้ หรือ อีกสักกี่วัน นปช. / เสื้อแดงทั้งแผ่นดิน จะเดินหน้าสู้ต่อไปจนกว่าจะได้ชัยชนะ นี่คือปณิธานที่ตั้งไว้

สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)